MGT06 Maintenance Benchmarking
การเพิ่มศักยภาพงานบำรุงรักษาด้วยเทคนิคการเปรียบเทียบสมรรถนะ
เวลา 1 วัน (เวลา 09.00 - 16.00 น.)
เนื้อหา

เรารู้หรือไม่ว่าใครเก่งที่สุดในงานที่เราทำอยู่ เราจะพัฒนาไปในทิศทางไหนดีจึงจะเร็วที่สุดไม่เหนื่อยเปล่า และไม่หลงทาง วิธีการทำงานที่ทำอยู่สามารถทำให้ดียิ่งขึ้นได้อีกหรือไม่ ถ้ามีวิธีการไหนที่ง่ายประหยัดเวลา และให้ผลตรงตามความต้องการมากที่สุด คำถามเหล่านี้มักเป็นเกิดขึ้นกับคนทำงานในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหารไปจนถึงผู้ปฏิบัติงานทั่วไป การจะไปเรียนรู้พัฒนาด้วยตนเองทั้งหมดก็ไม่ทันการณ์ กว่าจะรู้เรื่องหรือพัฒนาจนทำได้คนอื่นก็ล้ำหน้าไปอีกขั้นแล้ว ทำอย่างไรจึงจะสามารถพัฒนาแบบก้าวกระโดดสำหรับงานที่ปฏิบัติให้ทัดเทียมหรือสู้ได้กับคู่แข่งในอุตสาหกรรม หรืออย่างน้อยที่สุดก็ไม่ล้าหลังมากจนตามไม่ทัน ทั้งหมดนี้เป็นที่มาของการพัฒนาหลักการที่เรียกว่า Benchmarking ซึ่งเป็นวิธีการพัฒนากระบวนการวัด เปรียบเทียบ และวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ สำหรับผลิตภัณฑ์ บริการ และวิธีการปฏิบัติงาน กับองค์กรหรือส่วนงานที่เราให้ความสนใจที่สามารถทำได้ดีกว่าหรือดีที่สุดจนเป็นที่ยอมรับ เพื่อนำผลของการเปรียบเทียบมาใช้ในการปรับปรุงองค์กรหรือส่วนงานของตนเอง ให้สามารถมุ่งสู่การปฏิบัติงานที่เป็นเลิศในอุตสาหกรรม (Industrial Best Practices) ซึ่งกระบวนการ Benchmarking นี้ เป็นวิธีการที่ยอมรับโดยทั่วไปแล้วว่าสามารถใช้เป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนางานที่รวดเร็ว สั้น ลัด ตัดตรง ด้วยหลักการของการเปรียบเทียบงานที่เราปฏิบัติกับผู้อื่นในงานลักษณะเดียวกันที่เก่งที่สุด ผ่านตัวชี้วัดสมรรถนะที่เหมาะสม (Key Performance Indicators: KPIs) เพื่อให้เห็นข้อแตกต่างหรือระยะห่าง (Gap) ด้านศักยภาพระหว่างเรากับผู้ที่เก่งที่สุดในงานด้านต่างๆ ที่นำมาเปรียบเทียบ ซึ่งเมื่อวิเคราะห์และประเมินผลอย่างเป็นระบบ จะทำให้เราเห็นทั้งศักยภาพและทิศทาง (Improvement Capability and Direction) ในการพัฒนาปรับปรุงสมรรถนะให้เทียบเท่าหรือสู้ได้กับผู้ที่เก่งที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมเดียวกัน ด้วยวิธีการง่ายๆ สรุปได้คือ เรียนรู้จากคนเก่งและเปรียบเทียบหาจุดด้อยเพื่อปรับปรุงทำให้ได้เหมือนหรือดีกว่า หาจุดเด่นที่ทำได้ดีอยู่แล้วเพื่อรักษาไว้และเน้นพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการประยุกต์ใช้ปัจจัยที่สำคัญคือ คน (People) กระบวน (Processes) เทคโนโลยี (Technology) และทรัพยากร (Resources) ที่มีอยู่ให้ทำงานร่วมกัน (Integrated) อย่างมีประสิทธิภาพ

เหมาะสำหรับ
  • ผู้จัดการด้านงานบำรุงรักษา งานวางแผน
  • วิศวกรด้านงานบำรุงรักษา งานวางแผน
  • ผู้ควบคุมงาน หัวหน้างาน หรือผู้สนใจทั่วไป
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมเข้าใจถึงหลักการและขั้นตอนของการทำ Benchmarking โดยเฉพาะแนวทางการสร้างวิธีการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศในงานบำรุงรักษา (Maintenance Best Practices) ที่สามารถนำไปใช้เพื่อปรับปรุงงานด้านการจัดการและวิศวกรรมบำรุงรักษา ให้มีมาตรฐานเทียบได้หรือเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรม
2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมเข้าใจ สามารถพัฒนาและเลือกใช้ดัชนีชี้วัดสมรรถนะในงานบำรุงรักษา (Maintenance KPIs) ได้ด้วยตนเองอย่างเหมาะสม พร้อมด้วยตัวอย่างในการพิจารณาเลือก การคำนวณหาค่า การวิเคราะห์ผล และการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อการปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพ
หัวข้อสัมมนา
1. ที่มา ความหมาย หลักการ ของการทำ Benchmarking
2. ชนิดหรือรูปแบบในการทำ Benchmarking พร้อมวิธีการเลือกใช้งานให้เหมาะสม
3. ขั้นตอนในการทำ Benchmarking
4. การพัฒนาและการพิจารณาเลือก KPIs สำหรับงาน Maintenance Benchmarking
4.1 มีตัวอย่างรายการ KPIs มาให้พร้อมวิธีการคำนวณหาค่า
4.2 ฝึกปฏิบัติร่วมกัน สำหรับแนวทางการเลือก KPIs และการประเมินผล (Assessment)
5. Gap Analysis เพื่อนำไปสู่การพัฒนา Maintenance Best Practices
5.1 ฝึกวิเคราะห์และเปรียบเทียบ หา Gap เพื่อประเมินศักยภาพและกำหนดทิศทางในการพัฒนา
5.2 แนวทางการสร้าง Maintenance Best Practices และการนำไปใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพงาน
6. แนวทางการนำผล Benchmarking ไปประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงงานบำรุงรักษา (Maintenance Improvement)
6.1 การนำผล เพื่อไปกำหนดทิศทางในการพัฒนาบุคลากร (People)
6.2 การนำผล เพื่อไปกำหนดทิศทางในการพัฒนากระบวนการทำงาน (Processes)
6.3 การนำผล เพื่อไปพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการพัฒนา (Technology)
6.4 การนำผล เพื่อใช้ในการประเมินความเหมาะสมสำหรับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (Resources)