ชุดกันหนาวที่บาง
12 พฤษภาคม 2562

โอย! ร้อนจัง!! มาพูดอะไรกันเรื่องชุดกันหนาว


ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ยิ่งถ้าเป็นหน้าแล้งด้วยแล้ว จะไม่ใช่แค่ร้อนธรรมดา แต่ร้อนระเบิดเถิดเทิง ปีนี้มีหลายแห่งที่ทำลายสถิติในเรื่องอุณหภูมิอากาศ คือร้อนมากที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้


ทว่า โลกแคบเข้าทุกวัน ความหมายก็คือ ไปไหนมาไหนได้ง่าย การคมนาคมสะดวก บางคนจึงใช้ประโยชน์ของการเดินทางได้ง่ายนี้ ในการโยกย้ายตัวเองไปอยู่ที่เย็นๆ


บางคนมีสตางค์เหลือใช้หน่อย แค่หาความเย็นในห้องแอร์ หรือไปเดินห้าง ก็ยังไม่สะใจ เพราะอุณหภูมิภายนอกห้าง มันสูงเกินอุณหภูมิร่างกายคนเราอีก ลมที่พัดมา กลายเป็นลมร้อนไปซะยังงั้น อย่ากระนั้นเลย บินไปเที่ยวเล่นที่หนาวๆเล่นดีกว่า เช่นแถบทางเหนือของญี่ปุ่น ตอนนี้อุณหภูมิยังเป็นเลขตัวเดียวอยู่เลย


ว่าแล้วก็แพ็คกระเป๋าหนีร้อน ไปเที่ยวเมืองหนาวกัน


การไปเที่ยวเมืองหนาวของคนขี้หนาว ที่วุ่นวายที่สุด ก็คือเรื่องการแพ็คกระเป๋านี่แหละ เพราะรู้กันอยู่แล้วว่า เสื้อผ้ากันหนาวที่เราใช้ๆกันมาแต่ไหนแต่ไร มันหนาเทอะทะเหลือเกิน


แต่ไม่กี่ปีมานี้ ไม่น่าเชื่อว่า มีเสื้อผ้าที่บางแต่อุ่น ออกมาวางขาย


ขั้นแรกก็มีขายที่ญี่ปุ่นก่อน คนไทยที่อยากใส่บ้าง ต้องตามไปซื้อที่โน่น แต่ไม่ทันไรบ้านเราก็มีขาย แค่ไปเดินตามห้างใหญ่ ไม่ต้องไปถึงญี่ปุ่นก็ได้


ไม่ได้คิดจะโฆษณาให้นะครับ แต่ในเมื่อทำออกมาแค่ยี่ห้อเดียว ไม่มีคู่แข่ง คงบอกแบรนด์เนมกันได้ คือเสื้อผ้าฮีทเทค (Heattech) ของยูนิโคล่ (Uniqlo) นั่นเอง


สินค้าที่เขาทำออกมาคือ เสื้อผ้าชั้นใน ซึ่งมีทั้งเสื้อแขนสั้น เสื้อแขนยาว และกางเกงขายาวที่เรียกกันสั้นๆทับศัพท์ว่า ลองจอห์น (long johns) แน่นอนว่าไม่มีเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้น เพราะใช้สำหรับสวมใส่กันหนาวนี่ครับ


ทำไมกางเกงชั้นในขายาวสวมแนบเนื้อจึงเรียกว่า ลองจอห์น ก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็ได้แต่เดาโดยฝรั่งเจ้าของภาษาว่า น่าจะเพี้ยนมาจากภาษาฝรั่งเศส คือคำว่า "longues jambes" ซึ่งแปลว่า ขายาว (long legs)


แรกๆก็ไม่แน่ใจว่า หลอกกันหรือเปล่า ผ้าเบาบางอย่างนั้น จะกันหนาวได้จริงรึ จึงต้องเสียเงินลองซื้อมา อ๊ะ! เข้าท่า ใช้ได้ดีเชียวครับ


แต่อย่างที่บอกว่า เขาออกแบบมาให้ใช้สวมใส่เป็นชุดชั้นใน ต้องสวมชุดชั้นนอกอีกชั้นหนึ่ง และถ้าลมแรง หนาวลมนี่เอาเรื่องนะครับ ต้องมีเสื้อแจ็คเก็ตกันลมด้วย คราวนี้อยู่แน่


เหลืออยู่อย่างเดียวที่ค้างคาอยู่ในใจมานาน คือ ทำไมผ้าฮีทเทคบางๆ ถึงอุ่นได้


ดูโฆษณาที่บริษัทเขาทำออกมา ไม่รู้ว่าเขาจงใจจะให้เข้าใจไขว้เขวไปหรือเปล่า คู่แข่งจะได้เกิดยากหน่อย


เขาบอกว่า "จากการพัฒนาร่วมกับ โทเรย์ อินดัสตรีย์ ฮีทเทค ใช้เส้นใยผ้าเรยอน กักเก็บความชื้นจากร่างกาย และเปลี่ยนให้เป็นความร้อน เพื่อปฏิวัติการกักเก็บความร้อนของเนื้อผ้า และมีช่องว่างภายในเส้นใยที่มีขนาดเล็กเป็นพิเศษ เพื่อดักจับความร้อนและกักเก็บไว้"


ดูโฆษณาแล้วก็เกิดอาการงงนิดหน่อย เพราะ เรยอน ทำจากเส้นใยเซลลูโลสจากธรรมชาติ คือเยื่อกระดาษ หรือเยื่อไม้ จึงไม่ถือเป็นวัสดุสังเคราะห์เสียทีเดียว แต่ได้ชื่อว่าเป็น "ไหมเทียม" (artificial silk หรือ mother-in-law silk) ซึ่งคิดทำขึ้นมาตั้งแต่ปี 1855 โน่นแน่ะ โดยคุณ Georges Audemars ต่อมามีชื่อเรียกหลายชื่อ แล้วแต่วิธีการทำ และจดสิทธิบัตรแยกกันไป เช่น ตั้งแต่ปี 1924 เป็นต้นมา อเมริกันจะเรียก "rayon" ส่วนยุโรปจะเรียก "viscose" ซึ่งก็คือไหมเทียมด้วยกันทั้งคู่


ที่ผมงงก็คือ คุณลักษณะของ เรยอน จะไม่เป็นฉนวนกั้นความร้อนจากร่างกาย (not insulate body heat) ผ้าไหมเทียมเรยอนนี้จึงเหมาะที่จะใช้กับอากาศร้อนชื้น (hot and humid climate) มากกว่า เอามาช่วยเสริมให้รู้สึกสบายหน่อยน่ะพอได้ แต่ไม่น่าจะเป็นตัวหลักที่ทำให้อุ่น


ผมเก็บความสงสัยเรื่องทำไมผ้าบางถึงอุ่นได้นี้ไว้นานมาก จนวันหนึ่ง ลูกชายเอา "Google Translate" ซึ่งเป็น application สำหรับมือถือมาอวด เมื่อโหลดใส่มือถือ (ฟรี) และเปิดกล้องถ่ายรูป ส่องเล็งไปที่ตัวอักษรญี่ปุ่น เช่นที่หน้าปกหนังสือ จะเห็นตัวอักษรในจอเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษให้ทันที โอ๊ย! สะดวกมาก ผมเลยอ่านภาษาญี่ปุ่นออก สงสัยว่า ต่อไปอาชีพ "ล่าม" จะตกงานกันคราวนี้แหละ


ได้ของเล่นมาใหม่เลยสนุกใหญ่ พยายามหาอักษรญี่ปุ่น ให้กล้องในมือถือเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษให้ รวมทั้งป้ายของเสื้อผ้าฮีทเทคที่เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วย จึงได้เห็นว่า ผ้าฮีทเทค ประกอบด้วยเส้นใย 3 อย่าง ในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน คือ rayon polyester และ acrylic


ก็เลยพบว่า ตัวที่สำคัญที่ทำให้อุ่น ก็คืออะครีลิกตัวสุดท้ายนั่นแหละ เพราะ เรยอนคือ ไหมเทียมอย่างที่บอกไปแล้ว ส่วนโพลีเอสเตอร์คือผ้าเทียม และ อะครีลิก ก็คือ ขนสัตว์เทียม (wool-like characteristic)


เพื่อความแน่ใจ ผมเลยตามไปดูป้ายของ ฮีทเทค รุ่นอุ่นเป็นพิเศษ (extra warm) ปรากฏว่า ส่วนผสมของเส้นใยอะครีลิกที่เอามาทอ มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัวจริงๆด้วย


เมื่อมันเป็นขนสัตว์เทียม (wool-like) ราคามันจึงถูกกว่าขนสัตว์แท้ หรือ วูล (wool)


วูลที่มีชื่อเสียงมาก และราคาก็สูงมากด้วย คือผ้าขนสัตว์แคชเมียร์ (cashmere wool)


พูดถึงอะครีลิก หลายคนอาจจะนึกถึงพลาสติกที่แข็งและใสเหมือนกระจก ใช่แล้วครับ มันทำมาจากกรดอะครีลิกเหมือนกัน แต่กรรมวิธีต่างกัน และเป็นพลาสติกที่รีไซเคิลได้ทั้งคู่ (thermoplastic)


ดังนั้น จึงไม่แปลกใจที่เขาห้ามเอาไปอบในเครื่องอบผ้า และห้ามรีด แม้จะรีดด้วยระบบไอน้ำ (steaming) ที่เขาว่ามันถนอมผ้า ก็ไม่ควร เพราะจุดหลอมเหลว (melting point) ของมันแค่ 160 องศา C เท่านั้น คุณJeanne Stauffer ที่เขียนหนังสือเรื่อง "Sewing Smart with Fabric" บอกว่า เส้นใยอะครีลิกมันไวต่อความร้อนมาก และถูกทำลายได้ง่ายจากการรีดผ้า หรืออบผ้า หรือแม้แต่การใช้ไอน้ำ (Acrylic fibers are sensitive to heat and are easily damage by hot irons or dryers, and steam.)


ลองนึกว่าถ้ามีใครเอาเตารีด ไปรีดแผ่นพลาสติก คงจะละลายติดเตารีดจนดูไม่จืดแน่


เทคโนโลยีการทอผ้าของโทเรย์ อินดัสตรีย์ ให้เป็นผ้าฮีทเทค จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องลึกลับอะไรมากมาย เป็นเพียงเอาผ้าเทียม (โพลีเอสเตอร์) ที่ผสมกับไหมเทียม (เรยอน) และขนสัตว์เทียม (อะครีลิก) จึงเหมาะกับการใส่ในอากาศหนาวแบบเทียมๆ


ในห้องแอร์ไงครับ


... @_@ ...

Ref:
https://en.m.wikipedia.org/wiki/Acrylic_fiber