เมย์เดย์
28 เมษายน 2562

ใกล้จะถึงวันแรงงาน ที่บางคนเรียกว่า วันกรรมกร คนที่ใช้แรงงานแต่ไม่ได้เป็นกรรมกรจึงไม่ค่อยอยากจะยอมรับ วันที่ว่านั้น ในบ้านเราคือ วันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี ที่ภาคเอกชนถือเป็นวันหยุดประจำปี ส่วนภาคราชการได้แต่อิจฉา ไม่ได้หยุดกับเขา ก็ท่านมิใช่กรรมกรนี่นา


ผมใช้คำว่า "ในบ้านเรา" เพราะว่า วันแรงงานนี้ถึงแม้ว่าหลายประเทศส่วนใหญ่จะเลือกใช้วันที่ 1 พฤษภาคม ทำให้เรียกสั้นๆกันว่า "เมย์เดย์" (May Day) แต่บางประเทศก็ใช้วันอื่น เช่นแคนาดาและสหรัฐอเมริกาจะหยุดฉลองวันแรงงานในวันจันทร์แรกของเดือนกันยายน ซึ่งถือว่าสิ้นสุดฤดูร้อนแล้ว หลังจากนี้โรงเรียนก็จะเริ่มเปิดเรียน


ที่ออสเตรเลียยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ถึงแม้จะเป็นประเทศเดียวกัน แต่ทว่า ในแต่ละรัฐต่างคนต่างตั้งวันแรงงานของตัวเอง คือ


จันทร์แรกของเดือนมีนาคม - แถบตะวันตก


จันทร์ที่สองของเดือนมีนาคม - ทางวิกตอเรียและทัสมาเนีย


จันทร์ที่สี่ของเดือนมีนาคม - บริเวณเกาะคริสต์มาส (Christmas Island)


จันทร์แรกของเดือนพฤษภาคม - ตอนเหนือ และรัฐควีนสแลนด์


จันทร์แรกของเดือนตุลาคม - ทางใต้ และเมืองหลวง


นี่ถ้าวางแผนให้ดีๆ ย้ายที่ทำงานให้พอเหมาะ ให้ตรงวัน คงได้หยุดวันแรงงานกันเพลินไปเลย สังเกตว่า เขาจะยึดวันจันทร์เป็นหลัก จะได้หยุดยาว เสาร์-อาทิตย์-จันทร์ ไม่ต้องหยุดฟันหลอให้คนที่อยากหยุดยาวต้องหาเรื่องลาในวันทำงานตรงกลางอีก


โลกนี้ ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ต้องออกแรงกันหน่อย วันแรงงานนี่ก็เช่นเดียวกัน ต้องออกแรงเดินขบวนกันแทบทุกที่ จึงได้สิทธิต่างๆมา สำหรับออสเตรเลียที่มีวันแรงงานหลากหลายนี้ ก็เป็นประเทศแรกๆเลย ที่มีการเดินขบวน เรียกร้อง ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน ปี 1856 โน่นแน่ะ ตอนหลังก็มีการเดินขบวนเรียกร้องเลียนแบบกันในอีกหลายประเทศตามมา เพื่อจะได้ทำงานแค่ 8 ชั่วโมงต่อวันโดยไม่ต้องถูกตัดค่าแรง ส่วนอีก 16 ชั่วโมงที่เหลือของวัน จะได้แบ่งเป็นช่วงพักผ่อน ได้อยู่กับครอบครัว หรือได้ทำในสิ่งที่ชอบ 8 ชั่วโมง และนอนหลับอีก 8 ชั่วโมง บางทีจึงมีการเรียกวันที่ให้ความสำคัญของการใช้แรงงานนี้ว่า "eight hours day"


อีกเหตุผลหนึ่งที่ประเทศเหล่านี้เลือกวันแรงงานไม่ตรงกับ วันที่ 1 พฤษภาคม เหมือนประเทศอื่นๆเขา เพราะเขามีการเฉลิมฉลองวันเมย์เดย์อยู่แล้ว ซึ่งเก่าแก่มานาน และไม่เกี่ยวกับแรงงานเลย แต่เป็นการเฉลิมฉลองของการเริ่มฤดูร้อน ต่อจากวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ซึ่งถือว่าเริ่มฤดูใบไม้ผลิ ช่วงนี้งานด้านเกษตรกรรมก็เริ่มว่าง พืชพันธุ์ต่างๆก็ลงดินไปหมดแล้ว มีเวลามาเฉลิมฉลองกลางแจ้ง สำหรับเวลากลางวันอันยาวนานที่ฝรั่งไม่ค่อยจะเจอ ฝรั่งนี่คลั่งไคล้แสงแดดจริงๆนะ เคยรู้จักฝรั่งที่เพิ่งเคยมาเมืองไทย ชอบใจแดดเมืองไทยมาก ไปอาบแดดที่พัทยาจนหลังไหม้ ในขณะที่พวกเราพี่ไทยหลบแดดเข้าร่มกันอุตลุด


การเฉลิมฉลองวันเมย์เดย์ในสมัยโบราณที่ไม่เกี่ยวกับแรงงานเลยนี้มีหลากหลาย แล้วแต่ว่าชุมชนไหนอยากจะสนุกกันยังไง แต่ที่คล้ายกัน และเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ คือการเต้นระบำรอบเสาสูง ที่เรียกว่า "Maypole" ที่มีริบบิ้นหลายสาย ยาวลงมาจากยอดเสา เด็กๆจะจับปลายริบบิ้น และเต้นไปรอบๆ ดูไกลๆเหมือนกระโจมยักษ์


อีกเมืองหนึ่งในอังกฤษ จะมีธรรมเนียมในการปีนขึ้นไปบนยอดสะพาน เพื่อเฝ้าดูพระอาทิตย์ตกในวันเมย์เดย์ สำหรับบ้านเราไปดูพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ตได้ทุกวัน เก๋กว่าเยอะ


แต่ความพิเรนทร์สุดๆ คงไม่มีใครเกินนักศึกษามหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ในอังกฤษ (University of St. Andrews) ที่มาชุมนุมกันที่ชายหาดในคืนวันที่ 30 เมษายน แล้วแก้ผ้าวิ่งลงทะเล North Sea เวลาเช้าตรู่ในวันเมย์เดย์ - ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ยังทำกันอยู่หรือเปล่า


ยังมีเมย์เดย์ในอีกความหมายหนึ่ง ที่ไม่เกี่ยวกับแรงงาน และไม่เกี่ยวกับการเฉลิมฉลองของการเริ่มฤดูร้อน แต่คนชอบดูหนังอาจจะนึกออก คือ "สัญญาณขอความช่วยเหลือ" ครับ พิเศษหน่อยหนึ่งคือจะไม่พูดครั้งเดียว แต่จะพูดติดกัน 3 ครั้ง ว่า "เมย์เดย์-เมย์เดย์-เมย์เดย์"


เมย์เดย์ (mayday) เป็นคำที่เพี้ยนมาจากภาษาฝรั่งเศสว่า "m'aider" ซึ่งหมายถึง "ช่วยด้วย" ใช้ในกรณีฉุกเฉิน เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น เรือจะจม และเป็นคำที่ใช้แทนสัญญาณ SOS มาตั้งแต่ปี 1927


ยังมีอีกคำหนึ่ง ที่บางคนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นการ reset หรือยกเลิกสัญญาณ "เมย์เดย์" แต่ที่จริงไม่ใช่ครับ คำที่ว่านั้นคือ "พาน-พาน" (PAN-PAN) จะใช้ในกรณีเครื่องขัดข้อง แต่ไม่ร้ายแรงฉุกเฉินถึงชีวิตเหมือน "เมย์เดย์-เมย์เดย์-เมย์เดย์" และเรียก 3 ครั้งเหมือนกันคือ "PAN-PAN PAN-PAN PAN-PAN"


ที่น่าสนใจก็คือ เมื่อต้องใช้รหัสมอร์สเมื่อสื่ออย่างอื่นใช้การไม่ได้ สัญญาณเมย์เดย์ จะเป็น SOS หรือ "••• — — — •••" คือจุด 3 จุด สลับกับ ขีด 3 ขีด ส่วน PAN-PAN จะเป็น "• — — •• — — •• — — •• — — •" คือจุด 2 จุด สลับกับขีด 2 ขีด


รุนแรงมาก คือ 3 จุด 3 ขีด รุนแรงน้อย คือ 2 จุด 2 ขีด


ที่เป็นเช่นนี้เพราะ

S = •••

O = — — —

P = • — — •

A = • —

N = — •


โชคยังดีที่ปัจจุบัน วิทยุมักจะไม่เสีย ยังใช้การได้แม้ภาวะฉุกเฉินหรือเร่งด่วน เพราะยังเรียก "เมย์เดย์" หรือ "พานพาน" กันได้ แต่ลองนึกภาพว่า ถ้าเรือเครื่องเสีย ลอยตุ๊บป่องอยู่กลางทะเล ผู้ส่งสัญญาณวิทยุหรือพูดมาไม่ได้ ส่งได้แต่รหัสมอร์ส ซึ่งเดี๋ยวนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ยังเข้าใจรหัสมอร์สกันอยู่ ถึงแม้จะไม่ชำนาญ แต่ก็คงพอได้ คนส่ง ก็ส่ง "พานพาน" มาถี่ยิบ เจ้าหน้าที่เห็นสัญญาณเป็น…


"— •• — — •• — — •• —"


พอถอดรหัสแล้ว หวาดเสียวมาก อาจจะไม่กล้าเข้าไปช่วย


ถามหน่อยเถอะ มีใครเห็นสัญลักษณ์ต่อไปนี้แล้วคิดว่าเรือเครื่องเสียบ้าง ? …


XXX !!


เพราะว่า — •• — = X น่ะสิครับ


... @_@ ...

Ref:
https://en.m.wikipedia.org/wiki/Mayday