โลกเปลี่ยนไปใน 50 ปี
10 กุมภาพันธ์ 2562

วันนี้ เพื่อนฝูง นัดกันไปสังสรรค์ ครบรอบ 50 ปี (ทายอายุผู้เขียนได้เลยนะเนี่ย) ทำให้นึกย้อนหลังตามประสา ส.ว. ว่า 50 ปีที่ผ่านมา มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในโลกใบนี้บ้าง


สมัยที่ผมเรียนมัธยม เป็นช่วงสงครามเวียดนามพอดี คุณครูมอบหมายงานให้ผมอย่างหนึ่งคือ ให้ไปติดตามข่าวสงครามเวียดนาม รวบรวมจากสื่อต่างๆ (สมัยนั้นก็มีสื่อเดียวแหละ คือหนังสือพิมพ์) แล้วก็นำมาเรียบเรียง แปะติดหน้าห้อง ให้เพื่อนๆอ่านทุกสัปดาห์ นิสัยนั้นจึงมีอานิสงส์ส่งมาถึงทุกวันนี้ ทายสิว่า ครูที่สั่งงานผมนั้น สอนวิชาอะไร ... ไม่ใช่ครูสังคมครับ แต่เป็น - ครูภาษาไทย!


สงครามเวียดนาม เป็นผลพวงของพี่เบิ้มใหญ่ คือ สหรัฐอเมริกา ทุกเหตุการณ์ใหญ่ที่นั่น ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ลองมาไล่เรียงกันดูว่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง


Jul 28, 1958

ประธานาธิบดีไอเซนฮาวก่อตั้งองค์การนาซ่า


Nov 22, 1963

ประธานาธิบดีเคเนดี้ถูกลอบสังหาร


Mar 1, 1965

อเมริกาเข้าไปวุ่นวายในเวียดนามมากขึ้น


Mar 31, 1968

ประธานาบดีจอห์นสันยุติการเพิ่มกองกำลังในเวียดนาม หลังจากที่มีการประท้วงในอเมริกาหลายครั้ง (freez แต่ยังไม่ถอนออกไป)


Apr 4, 1968

มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ผู้นำชาวผิวดำ ถูกสังหาร


Jul 29, 1969

อเมริกาแซงรัสเซียไปเหยียบดวงจันทร์


Jun 17, 1972

เกิดกรณีอื้อฉาวที่ "ประตูน้ำ" กรุงวอชิงตัน (Watergate scandal) เมื่อจารชนของประธานาธิบดีนิกสัน 5 คน ที่ลอบเข้าไปในที่ทำการพรรคเดโมแครตฝ่ายตรงข้าม ถูกจับได้ พอจะเข้าสู่กระบวนการถอดถอน ประธานาธิบดีนิกสันก็ชิงลาออกเสียก่อน



Jan 27, 1973

เวียดนามหยุดยิง


Apr 30, 1975

ไซ่ง่อนแตก


สงครามเวียดนามนี่ยาวนานมาก เกือบยี่สิบปี ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 1955 จนถึงวันที่ไซ่ง่อนแตก 30 เมษายน 1975 เปลี่ยนตัวประธานาธิบดีอเมริกาหลายคน เริ่มตั้งแต่ ประธานาธิบดีที่หนุ่มที่สุด คือ ประธานาธิบดีเคเนดี้ ผู้ที่เคยท้าตีท้าต่อยกับรัสเซียในกรณีเหตุการณ์วิกฤติที่เกาะคิวบา เมื่อรัสเซียเอาขีปนาวุธมาตั้งจ่อคอหอยสหรัฐที่นั่น ยังดีที่รัสเซียยอมถอย ไม่งั้นได้ลุยกันเละแน่ ประธานาธิบดีจอห์นสันที่ขึ้นมาแทนเคเนดี้ ก็สานต่อนโยบายลุยหนัก มาเริ่มถอยเอาในสมัยประธานาธิบดีคนต่อมาคือนิกสัน ซึ่งเริ่มใช้นโยบาย "Vietnamization" อเมริกันถอยมาอยู่ข้างหลังเป็นแค่ผู้ช่วย ปล่อยให้คนเวียดนามเหนือกับใต้ลุยกันเอง แต่ขบวนการนี้ก็ยังชักช้า จนกระทั่งนิกสันลาออกเนื่องจากกรณี "ประตูน้ำ" อันอื้อฉาว ประธานาธิบดีฟอร์ดขึ้นมาแทน ก็พยายามจะช่วยเวียดนามใต้บ้าง แต่สุดท้ายไซ่ง่อนก็แตก ต้องรีบพาคนอเมริกันเผ่นแน่บกลับบ้าน "เพื่อเหตุผลทางด้านความปลอดภัย"


ควันหลงเรื่องสงครามเวียดนามมีมากมาย หนึ่งในนั้นคือเรื่องเอกสารลับของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ที่รั่วไหลออกมาในช่วงเดือนมิถุนายน ปี 1971 หนังสือ Time ลงหน้าปกหราเลยว่า "Pentagon Papers: The Secret War" กลาโหมสหรัฐมีเอกสารอะไรแสดงถึงสงครามที่เป็นความลับกันหรือ


ชื่อเต็มๆที่เป็นทางการของ Pentagon Papers ก็คือ "Report of the Office of the Secretary of Defense Vietnam Task Force" หรือรายงานของกระทรวงกลาโหมทางด้านภารกิจของกองกำลังในเวียดนาม


จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ สื่อได้ถล่มโจมตีทีมบริหารของประธานาธิบดีจอห์นสันอย่างหนักว่า "โกหกอย่างเป็นระบบ" (systematically lied) ไม่เพียงแต่กับสาธารณชน ยังโกหกกับสภาคองเกรสอีก กล่าวคือ สหรัฐไม่ได้ทิ้งระเบิดแค่ในเวียดนาม แต่ได้แอบขยายเป้าหมายการทิ้งระเบิดอย่างลับๆเข้าไปในลาวและเขมรด้วย


ที่ไปที่มาของเรื่องนี้ มาจาก นโยบายที่มีการกล่าวถึงกันมากในเมืองจีน คือ "นโยบายการปิดล้อมจีน" (China containment policy) ซึ่งสหรัฐปฏิเสธอย่างเป็นทางการมาตลอดว่า "ไม่จริ๊งไม่จริง"


ตามเอกสารดังกล่าว แนวรบ 3 ด้าน ล้อมจีน ที่สหรัฐวางไว้คือ ...


• เกาหลี-ญี่ปุ่น

• อินเดีย-ปากีสถาน และ

• เอเซียตะวันออกเฉียงใต้


แนวรบที่สามนั่นก็คือแถวๆบ้านเรานี่แหละ เพราะทั้งเวียดนามและลาวก็ติดพรมแดนจีน


เมื่อคราวที่ประธานาธิบดีบุช มาเยี่ยมอินเดีย ในเดือนมีนาคม 2006 สื่อมวลชนก็กระแซะว่าเป็นการกระชับมิตร (India-US relations) เพื่อการปิดล้อมจีนรึเปล่า อาบังก็รีบออกตัว ปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่า "อีนี่จ๋านเปล่านะนายจ๋า" เพราะอินเดียพยายามรักษาสถานภาพผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดมาตั้งแต่สมัยสงครามเย็นแล้ว


แต่ในเดือนพฤษภาคม 2007 ก็มีการลงนาม 4 ประเทศ ในข้อตกลงด้านความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ทางการทหาร (strategic military partnership agreement) เรียกว่า "Quadrilateral Security Dialogue" อันประกอบไปด้วย สหรัฐ-ญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย-อินเดีย


กลับไปที่ Pentagon Papers กันใหม่...


ในเอกสารดังกล่าว มีการกล่าวถึงประธานาธิบดีจอห์นสันที่ให้เหตุผลในการทำสงครามเวียดนามว่า เพื่อผดุงเสรีภาพและการไม่เป็นคอมมิวนิสต์ของเวียดนามใต้ แต่ทว่า ในเดือนมกราคม 1965 มีบันทึกของนายแมคนามาร่า (Robert McNamara) รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ในขณะนั้น ที่เน้นโดยขีดเส้นใต้ข้อความไว้ชัดเจนเลยว่า "not to help a friend, but to contain China" - ไม่ได้ทำเพื่อช่วยเพื่อน แต่ทำเพื่อปิดล้อมจีน!


นายแมคนามาร่า มีมุมมองว่า จีนอาจจะเหมือนเยอรมัน ในปี 1917 ญี่ปุ่น ในปี 1930 หรือโซเวียต ในปี 1947


ภายหลัง เมื่อนายแมคนามาร่า ได้มาเป็นประธานธนาคารโลก เขาพูดเรื่องสงครามเวียดนามว่า ... มันเป็นเรื่องผิดพลาดอย่างร้ายแรง ('wrong, terribly wrong')


เอกสาร Pentagon Papers ฉบับนี้เพิ่งจะได้รับการยกเลิกการเป็นเอกสารลับ "Top Secret – Sensitive" หลังจากครบอายุ และสามารถเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2011 นี่เอง ยกเว้น 11 คำสุดท้าย ที่ถูกตัดออก และจนบัดนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่า 11 คำสุดท้ายนั้นมีข้อความว่าอย่างไร (the redaction of the last 11 words of the Pentagon Papers)


ในอดีต ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐกับจีน เป็นไปในรูปแบบทางการทหาร แต่คงจะทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่า ปัจจุบัน รูปแบบความตึงเครียดระหว่างสองยักษ์ใหญ่ เปลี่ยนไป กลายเป็นสงครามทางการค้า ซึ่งไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร เพราะต่างฝ่ายต่างขึ้นกำแพงภาษีใส่กันอุตลุด


อย่ากอดคอกันจมน้ำไปทั้งคู่เสียก่อนล่ะ แต่คงไม่หรอก ทีมงานแต่ละฝ่ายก็มีมือระดับพระกาฬ เก๋าๆกันทั้งนั้น เราจะได้มีของราคาถูก made in China ใช้กันต่อไป ส่วนคุณภาพนั้นต้องทำใจหน่อย ... ก็เขาว่ากันว่าคุณภาพมันตามราคานี่ครับ


... @_@ ...

Ref:
https://en.m.wikipedia.org/wiki/Pentagon_Papers